Search โรคอะไรๆก็เจอ

(Search เฉพาะเวบไซด์สุขภาพและโรงพยาบาลที่มีแพทย์เป็นผู้ให้ข้อมูล )

ข้ออักเสบจากการติดเชื้อ (Septic Arthritis) คืออะไร

คุณทราบหรือไม่ว่ามีโรคข้อที่ทำให้คุณมีอาการปวดอยู่มากมายหลายชนิด  ในขณะที่โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ และโรคข้อเสื่อมเป็นโรคที่มีคนให้ความสนใจกันมาก  แต่ก็มีโรคติดเชื้อในข้อที่เป็นสาเหตุของความพิการและทุพลภาพได้เนื่องจากทำให้ข้อได้รับความเสียหายที่ค่อนข้างรุนแรง

โรคติดเชื้อในข้อบางครั้งก็อาจมีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรีย  โดยที่ควรรักษาให้เร็วที่สุด ด้วยเหตุที่ว่าจะได้ลดระยะเวลาที่ข้อถูกทำลายและเกิดความพิการตามมาได้อย่างรวดเร็ว

ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคข้ออักเสบจากการติดเชื้อได้แก่  ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อ  ผู้ที่เพิ่งได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม และผู้ที่ได้รับการฉีดยาเข้าข้อ  ผู้ที่มีการติดเชื้อในกระแสเลือด  อื่นๆได้แก่ผู้ที่สูงวัย  ผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ก็เป็นความเสี่ยง

การติดเชื้อในข้อส่วนใหญ่มักเกิดบริเวณข้อสะโพกและข้อเข่า  แม้ว่าจะเกิดกับข้ออื่นๆได้ทั่วร่างกาย  จากสถิติพบว่าประมาณครึ่งหนึ่งที่ติดเชื้อที่ข้อเข่า  รองลงมาที่ข้อมือ และข้อเท้า  อาจจะเกิดการติดเชื้อจากกระแสเลือดเข้าไปในข้อ หรือมีบาดแผลบริเวณรอบข้อ ก็เป็นได้   เชื้อโรคที่เป็นสาเหตุที่พบบ่อยได้แก่ Staphylococcus aureus  ,Streptococcus pneumoniae  หรือเชื้อ Mycobacterium tuberculosis (วัณโรค) 

ในการวินิจฉัยโรคข้อติดเชื้อก็คือ  คุณจะมีอาการปวด บวม ร้อนที่บริเวณข้อ  ขยับข้อได้น้อยลงและมีอาการปวด  แพทย์จะตรวจข้อว่ามีข้อบวมหรือร้อนบริเวณข้อหรือไม่  รวมถึงจะมีการส่งเลือดเพาะเชื้อ   การตรวจน้ำในข้อ  และการส่งเอกซเรย์

การรักษาจำเป็นที่จะต้องดูดน้ำในข้อออกมา ประโยชน์ที่ได้ก็คือลดความดันภายในข้อและทำให้คุณปวดข้อน้อยลง  และดูดเชื้อโรคออกไปด้วย  ในรายที่เป็นรุนแรง การผ่าตัดเพื่อดูดน้ำในข้อ   และการใช้ยาฆ่าเชื้อขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อที่เป็นสาเหตุครับ

Comments

แคลเซียม สารอาหารที่เป็นส่วนประกอบของกระดูก

แคลเซี่ยมก็เป็นเช่นเดียวกับสารอาหารอื่นๆนั่นแหละครับ  ที่ช่วยในการทำงานของร่างกายในหลายๆประการให้เป็นปกติ  เป็นที่ถกเถียงกันครับว่าเราต้องการแคลเซี่ยมมากน้อยปริมาณเท่าใดต่อวัน  แต่ก่อนที่เราจะพูดถึงเรื่องนั้น  เรามาทำความเข้าใจก่อนครับว่าทำไมคุณถึงควรได้รับแคลเซี่ยมอย่างเพียงพอ

แคลเซี่ยมเป็นที่รู้จักกันในฐานะที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกระดูกและข้อทั่วร่างกาย  และยังทำหน้าที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ  ในคนสูงอายุโดยเฉพาะหลังอายุ 50 ปี หากได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอก็จะเกิดปัญหาเกี่ยวกับกระดูกเช่น กระดูกพรุน   คนจำนวนหนึ่งที่มีอายุมากกว่า 50 ปีมีปัญหากระดูกบางซึ่งแสดงให้เห็นว่าปริมาณแคลเซียมนั่นอาจไม่เพียงพอ

ในการป้องกันกระดูกพรุนเมื่อเรามีอายุมากๆทำให้เราต้องการแคลเซียมต่อวันให้ได้อย่างเพียงพอตั้งแต่วันนี้  ตั้งแต่ขวบปีแรกจนถึงอายุ 10 ปี เราต้องการแคลเซียมอย่างน้อย 1200 มิลลิกรัมต่อวัน   ตั้งแต่อายุ 10 ปีจนถึงอายุ 15 ปี เราต้องการแคลเซียมประมาณ1500 มิลลิกรัมต่อวัน  หลังจากนั้นเราอาจต้องการแคลเซียม 1000 มิลลิกรัมหลังจากนั้น  เพราะว่าช่วง 25 ปีแรกความหนาแน่นของกระดูกของเราจะเพิ่มขึ้นแต่หลังจากนี้เราต้องการแคลเซียมแค่เพียงเป็นสารอาหารที่ร่างกายของเราต้องการเท่านั้น

แคลเซียมเราสามารถได้รับในฐานะของอาหารเสริมได้ครับ  เราสามารถได้รับแคลเซียมจาก วิตามินและแร่ธาตุรวม   นอกจากนี้แคลเซียมยังพบได้ในนมและผลิตภัณฑ์จากนม  นอกจากนี้ยังพบได้ในแหล่งอื่น เช่น ปลาตัวเล็กที่รับประทานได้ทั้งกระดูก  กุ้งแห้ง  งาดำ  ถั่วเหลือง  เต้าหู้  ใบยอ  ถั่วพู   ตำลึง  คะน้า  กวางตุ้ง   ผักบุ้งจีน

ดังนั้น แคลเซียม จึงเป็นแร่ธาตุที่สำคัญในการรักษาการทำงานของร่างกาย  ถ้าเราได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอ  เราก็จะช่วยให้มวลกระดูกมีความหนาแน่นมากขึ้น   ถ้าคุณทราบว่าแคลเซียมสามารถพบได้จากแหล่งใด  แล้วเราต้องการปริมาณเท่าใด  เราก็สามารถได้รับในปริมาณที่เหมาะสมได้  แคลเซียมยังทำงานร่วมกับวิตามินในการช่วยการทำงานของร่างกายอีกด้วยครับ

Comments

เกี่ยวกับกรดไขมันโอเมก้า 3

กรดไขมันโอเมก้า 3 กลายเป็นส่วนหนึ่งของสารอาหารที่แนะนำให้รับประทานแล้ว  ลองมาดูกันครับว่าทำไมกรดไขมันโอเมก้า 3 นั้นสำคัญ

กรดไขมันโอเมก้า 3 นั้นเป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย  กรดไขมันนี้ช่วยในการทำงานของร่างกายหลายประการ  และเพราะร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้  ดังนั้นจึงจำเป็นต้องได้รับจากอาหาร

กรดไขมันโอเมก้า 3 เป็นกรดไขมันที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ในการทำงานหลายๆประการ ช่วยให้ระบบประสาททำงานได้ดีขึ้น ลดความเครียดลง และช่วยควบคุมระดับโคเลสเตอรอลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ  นอจากนี้ยังช่วยให้ผิวหนังของเราและเส้นผมของเราสุุขภาพที่ดี  กรดไขมันโอเมก้า 3 ยังช่วยในการทำงานของกระดูกและข้อ  นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งพลังงานสำหรับร่างกายอีกด้วย

กรดไขมันโอเมก้า 3 นั้นเราทราบกันดีว่าพบมากในเนื้อปลา  จึงเป็นที่มาของคำแนะนำว่าเราควรรับประทานปลาอย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์เพื่อให้ได้กรดไขมันโอเมก้า 3 อย่างเพียงพอ 

ถ้าคุณไม่สะดวกที่จะรับประทานอาหารที่มีโอเมก้า 3 นั้น  ก็มีแหล่งอื่นจากอาหารเสริม จำพวก น้ำมันปลา  ก็จะมีทั้งในรูปแบบเป็นเม็ด  หรือเป็นของเหลว หรือ เจล ตามความสะดวก   แต่ว่าอย่างไรก็ตามคุณควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานอาหารเสริมก่อนนะครับ เพราะผลข้างเคียงของน้ำมันปลาก็มีเช่นกันคือมีโอกาสทำให้เลือดออกง่ายหยุดยากมากขึ้นได้

ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าคุณจะได้รับกรดไขมันโอเมก้า 3 อย่างเพียงพอหรือไม่  ให้คุณดูจากอาหารที่คุณรับประทานก่อนเป็นอันดับแรก  ก็อาจทำให้ทราบได้ครับว่าคุณจะได้รับกรดไขมันโอเมก้า 3 อย่างเพียงพอ

กรดไขมันโอเมก้า 3 นั้นช่วยให้การทำงานของร่างกายเป็นไปด้วยความราบรื่น  ระบบประสาท  ช่วยควบคุมระดับโคเลสเตอรอลในกระแสเลือดด้วยครับ

Comments

เกี่ยวกับธาตุเหล็ก

หลังจากที่ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กเข้าสู่ร่างกายแล้ว  ก็จะหลังจากนั้นก็จะเข้าสู่กระแสเลือดไปทั่วร่างกายและนำไปสู่ขบวนการสร้างเม็ดเลือดแดง   ส่วนใหญ่ของเหล็กที่เราได้รับนั้นจะไปสู่กระบวนการสร้างฮีโมโกลบินภายในเซลล์เม็ดเลือดแดง  และเข้าสู่เซลล์กล้ามเนื้อเป็นส่วนประกอบของไมโอโกลบินครับ   เพื่อทำหน้าที่ในการขนส่งออกซิเจน   นอกจากนี้เหล็กยังเป็นส่วนประกอบของเอนไซม์บางชนิดและโปรตีนในกระบวนการทำงานของร่างกายอีกด้วย

เหล็กพบได้จากแหล่งอาหารหลายเหล็ก  ในปริมาณที่แตกต่างกัน  เหล็กสามารถพบได้มากในเนื้อสัตว์  ปลา  นอกจากนี้ยังพบในธัญพืช  ไข่ โดยเฉพาะไข่แดง    ในอาหารเสริมธาตุเหล็กก็พบได้ด้วย   ผลไม้อบแห้ง  ผักใบเขียวก็ยังพบธาตุเหล็กได้ แต่ว่าร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กจากผักได้น้อยกว่า

ถ้ารับประทานธาตุเหล็กไม่เพียงพอ  ก็จะทำให้เหนื่อย  เวียนศีรษะ และอ่อนเพลียได้จากภาวะซีด  หรือเมื่อร่างกายมีความผิดปกติในการรักษาสมดุลของธาตุเหล็ก  เช่น มีเลือดออกทางเดินอาหาร  สูญเสียเหล็กไปกับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง  หรือร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้น้อยลง เช่นโรคทางเดินอาหารบางชนิด  ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อที่จะรับการแก้ไข  

ธาตุเหล็กที่ร่างกายเราควรจะได้รับนั้นไม่เท่ากันในแต่ละคน ขึ้นกับเพศ  อายุ  ถ้าเป็นเพศหญิงก็ควรได้รับธาตุเหล็กเพิ่มขึ้นเนื่องจากเสียเลือดไประหว่างมีประจำเดือนได้  หญิงตั้งครรภ์ก็ควรได้รับธาตุเหล็กมากขึ้น  ในวัยเด็กก็ควรได้รับธาตุเหล็กมากกว่าในวัยกลางคนหรือวัยผู้ใหญ่ครับ

เหล็กเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับร่างกาย  ถ้าคุณไม่มีเหล็กอย่างเพียงพอ ก็จะเกิดปัญหาได้  ดังนั้นคุณควรรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กอย่างเพียงพอครับ

Comments

ยาที่ใช้ในการรักษาการติดเชื้อ HIV และ AIDS

โรคเอดส์ถูกค้นพบครั้งแรกตั้งแต่ปี พ.ศ.2524  ในสมัยนั้นมียาอยู่เพียงแค่ไม่กี่อย่างในการรักษา  สมัยนั้นการได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อ HIV หรือเอดส์หมายถึงตายสถานเดียว  แต่ว่าในเวลาต่อมามียาและการรักษาเพื่อช่วยให้การดำเนินโรคเป็นไปอย่างช้าๆและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วย

ต่อมาในปีพ.ศ.2532 ยาต้านไวรัสได้ถูกพิสูจน์ว่าช่วยให้ผู้ป่วยมีชีวิตที่ยืนยาวมากขึ้น แม้ว่าจะไม่หายขาด  หลังจากนั้นได้มีการคิดค้นยาใหม่ๆในเวาต่อมาแต่ว่ายาส่วนใหญ่ก็ยังมีราคาแพงและผู้ป่วยที่มีฐานะที่ยากจนไม่มีโอกาสเข้าถึงยา 

และผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV บางคนถึงแม้จะมีโอกาสได้รับยาแต่ว่าในช่วงระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา  ถึงแม้จะมีโอกาสได้เข้าถึงยา แต่ทว่า เชื้อได้มีการดื้อยานั้นเกิดขึ้น  นั่นคือจำเป็นต้องได้รับยาชนิดใหม่ๆ

ยาใหม่ๆนั้นได้ถูกใช้เพื่อรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อก็คือยาต้านไวรัส  และได้มีการทำแนวทางการรักษาผู้ติดเชื้อ HIV และเอดส์ เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีมากขึ้น  และมีผลข้างเคียงที่น้อยลง  ผู้ป่วยและแพทย์ควรทำงานร่วมกันเพื่อวางแผนการรักษา  ประเมินความเสี่ยง  และเรียนรู้ข้อดีของยาต้านไวรัส  เพราะการรักษา HIV ตามความรู้ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ต้องรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอไปตลอดชีวิต

ยาต้านไวรัสจะช่วยยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัส  ในปัจจุบันมียาต้านอยู่ 5 กลุ่มได้แก่

  • กลุ่ม Nucleoside analogue reverse transcriptase inhibitors ได้แก่ Zidovudine , Didanosine , Zalcitabine , Stavudine , Lamivudine , Abacavir , Emtricitabine , Entecavir , Apricitabine
  • กลุ่ม Protease inhibitors เช่น Saquinavir , Ritonavir , Indinavir , Nelfinavir , Amprenavir , Lopinavir , Atazanavir , Fosamprenavir , Tipranavir , Darunavir
  • กลุ่ม Non-nucleoside reverse transcriptase inhibitors  เช่น Efavarenz , Nevirapine , Delavirdine , Etravirine , Rilpivirine
  • กลุ่ม Nucleotide reverse transcriptase inhibitors เช่น Tenofovir , Adefovir
  • กลุ่ม Fusion inhibitors เช่น Maraviroc , Enfuvirtide

Comments

ยาที่ใช้ในการรักษาโรคลูปัส (SLE)

ในการรักษาโรคลูปัส หรือคนไทยเรียกว่าโรคพุ่มพวงนั้น  มียาที่ใช้ในการรักษาอยู่หลายกลุ่มขึ้นกับว่าจุดประสงค์ของยาแต่ละชนิดนั้นคืออะไร  ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นยาแก้ปวด-แก้อักเสบในกลุ่ม NSAIDs  ยาที่ใช้ในการรักษาโรคมาลาเรีย  ยาในกลุ่มของสเตียรอยด์  และยากดภูมิคุ้มกัน  ยาต่างๆเหล่านี้บางอย่างอาจจะใช้ได้ดีกับบางคน แต่ก็ได้ผลไม่เท่ากันอีกในแต่ละคน  แต่ว่ายาเหล่านี้จำเป็นต้องมีแพทย์เป็นผู้สั่งเพื่อให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายครับ

ยาในกลุ่ม NSAIDs ได้แก่ Ibuprofen เป็นต้น  ส่วนใหญ่สามารถซื้อได้ตามร้านขายยา ส่วนใหญ่แพทย์มักจะสั่งเพื่อลดอาการปวดของข้อครับ  อีกประการหนึ่งคือเป็นทางเลือกเพื่อลดการใช้ยาอื่นที่มีผลข้างเคียงมากกว่า  แต่ยาในกลุ่มนี้มีผลข้างเคียงได้แก่ ปวดท้อง  เลือดออกทางเดินอาหาร  การทำงานของไตที่ลดลงได้

ยาต้นมาลาเรีย ได้แก่ Chloroquine และ hydroxychloroquine จุดประสงค์ในตอนเริ่มแรกนั้นเพื่อใช้รักษาโรคมาลาเรีย  แต่ว่าหลายๆปีแพทย์ก็พบว่ายาต้านมาลาเรียนี่แหละใช้รักษาโรคลูปัสหรือ SLE ได้ด้วย   อาการของโรคลูปัสดีขึ้นโดยเฉพาะอาการทางผิวหนัง  และอาการปวดข้อ  และยังช่วยให้โรคสงบได้เร็วขึ้น  มีผลข้างเคียงคือ ผิวอาจจะคล้ำขึ้น  ตามีโอกาสมัวลงได้

ยาในกลุ่มสเตียรอยด์  เป็นยาที่ใช้ในการรักษาหลักของโรค SLE เลยทีเดียวครับ  สเตียรอยด์เป็นยาที่ลดการอักเสบได้เร็ว โดยที่แพทย์จะพยายามใช้ในขนาดที่ต่ำที่สุดเพื่อลดผลข้างเคียงของยาแต่ในขณะเดียวกันเพื่อควบคุมอาการของโรค   ผลข้างเคียงได้แก่ น้ำหนักขึ้น  ต้อกระจก  กระดูกพรุน   ยานี้ผู้ป่วยห้ามหยุดยาทันทีทันไดนะครับ เพราะจะทำให้โรคมีโอกาสกำเริบมากขึ้น และผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นภายหลังจากหยุดยาทันทีก็มีเช่นกัน   ส่วนใหญ่แล้วแพทย์มักจะค่อยๆลดยาอย่างค่อยเป็นค่อยไปช้าๆครับ

ยาในกลุ่มอื่นๆ เช่น ยากดภูมิคุ้มกัน  ยาเหล่านี้มีหน้าที่ก็คือกดภูมิคุ้มกันให้ทำงานน้อยลง  ช่วยให้ภูมิคุ้มกันของเราเองหยุดทำลายเนื้อเยื่อของเรา  ส่วนใหญ่แล้วมักจะใช้เมื่อไตและระบบประสาทมีการถูกทำลายลงซึ่งเป็นอาการที่รุนแรงของโรค   ผลข้างเคียงก็คือติดเชื้อต่างๆได้ง่าย

Comments

ยารักษาโรคพาร์กินสัน

การใช้ยาเป็นวิธีการรักษาโรคพาร์กินสันครับ  แม้ว่าจะไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาดแต่ว่าการใช้ยาก็สามารถช่วยให้อาการของโรคดีขึ้นได้  ยารักษาโรคพาร์กินสันมีผลข้างเคียงทีอาจมีผลต่อการดำเนินการใช้ชีวิตประจำวัน  แต่ว่าระหว่างการใช้ยาก็จะมีอยู่ช่วงหนึ่งก็สามารถช่วยให้คุณสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ง่ายมากขึ้น เป็นปีได้

เมื่ออาการของโรคเปลี่ยนแปลงก็อาจจำเป็นที่ต้องปรับยา  ซึ่งวิธีการปรับยาก็จะปรับทั้งขนาดและช่วงเวลาที่รับประทานยา  และชนิดของยา   เวลาที่คุณรับประทานยาก็จะมีผลต่อการเคลื่อนไหวของคุณด้วยครับ

Levodopa

เป็นยาที่ใช้ในการรักษาพาร์กินสินที่ใช้บ่อย    Levodopa ช่วยทดแทนสารเคมีที่เรียกว่าโดปามีนในสมองที่ในผู้ป่วยโรคพาร์กินสันที่สร้างได้น้อยลง   Levodopa เป็นสารเคมีที่พบขึ้นจากในธรรมชาติทั้งพืชและสัตว์  และร่างกายสามารถเปลี่ยน Levodopa ให้กลายเป็นโดปามีนได้  ดังนั้น Levodopa จึงใช้ลดอาการของโรคในผู้ป่วยพาร์กินสัน

แต่ว่าเราจะไม่ใช้โดปามีนโดยตรงด้วยเหตุเพราะว่า โดปามีนไม่ผ่านเยื่อหุ้มสมอง  แต่ว่า Levodopa ผ่านเยื่อหุ้มสมองเข้าไปได้แต่ว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น  ดังนั้นแพทย์มักจะใช้ร่วมกับยาอีกชนิดที่ชื่อ Carbidopa ซึ่งช่วยให้ Levodopa ผ่านเยื่อหุ้มสมองและเข้าสู่สมองได้มากขึ้น

ระหว่างการรักษาโรคพาร์กินสันในระยะแรก  Levodopa จะช่วยให้อาการดีขึ้นค่อนข้างชัดเจน  แต่ในขณะที่โรคดำเนินไปเรื่อยๆ  ยาก็จะได้ผลน้อยลง  ผลข้างเคียงก็เช่นกัน  ผลข้างเคียงของ Levodopa ได้แก่การที่ผู้ป่วยเคลื่อนไหวแขนขาเองโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ  โดยเฉพาะเมื่อระดับยาในเลือดสูงขึ้น  ผลข้างเคียงอื่นๆได้แก่ความดันต่ำ  เห็นภาพหลอน

แต่ว่าการใช้ Levodopa ก็เป็นวิธีการรักษาโรคพาร์กินสันที่ดีที่สุดในปัจจุบัน และผลข้างเคียงพอยอมรับได้และดีกว่าไม่ใช้ยา

ยังมียาอีกชนิดหนึ่งที่สามารถใช้รักษาโรคพาร์กินสันได้ในระยะแรก  หรือใช้ร่วมกับ Levodopa  โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคพาร์กินสันที่มีอายุน้อย   ยานี้จะไม่เปลี่ยนเป็นโดปามีนในสมอง  แต่ว่าจะทำหน้าที่คล้ายกับโดปามีน   ยาในกลุ่มนี้ได้แก่ Pergolide , Bromocriptine  ,Pramipexole และ Ropinirole ผลข้างเคียงก็เช่นเดียวกับ Levodopa นั่นคือการเคลื่อนไหวเองโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ  เห็นภาพหลอนได้ครับ

Comments

ภาวะหมดประจำเดือนเร็วก่อนวัยอันควร

 

ส่วนใหญ่แล้วผู้หญิงมักจะหมดประจำเดือนที่อายุ 51 ปีโดยประมาณ ส่วนใหญ่หมดที่อายุ 47 ถึง 53 ปี  แต่ถ้าประจำเดือนเร็วกว่ากำหนด  เช่น หมดประจำเดือนตั้งแต่อายุ 20-40 ปี เรียกว่าภาวะหมดประจำเดือนก่อนกำหนด

ส่วนใหญ่แล้วค่อนข้างยากในการหาสาเหตุของการหมดประจำเดือนตั้งแต่อายุยังน้อยครับ  บางครั้งพันธุกรรมก็มีส่วน หรือภาวะความเจ็บป่วยบางชนิด 

การได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอ  การสูบบุหรี หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลก็มีส่วน 

บางครั้งสาเหตุของภาวะหมดประจำเดือนก่อนถึงวัยอันควรอาจเป็นเพราะผู้หญิงบางคนเกิดมามีไข่จำนวนน้อยกว่าในรังไข่ก็เป็นได้

การรักษาบางอย่างก็ทำให้หมดประจำเดือนเร็วกว่าที่ควรได้ เช่น  เคมีบำบัด หรือรังสีรักษา ที่มีส่วนในการทำลายไข่ในรังไข่ของผู้หญิงให้เหลือน้อยลงได้   

ไวรัสบางอย่างเช่น คางทูมก็ทำให้รังไข่ได้รับความเสียหายได้ครับ

หรือสาเหตุบางอย่างเช่นการผ่าตัดรังไข่ออก อันเนื่องมาจากเนื้องอก หรือโรคของรังไข่เช่น ช้อกโกแลตซิสต์ ก็ทำให้หมดประจำเดือนก่อนกำหนดได้

การตัดมดลูกหรือการผ่าตัดที่บริเวณท้องน้อย  ก็มีโอกาสที่ทำให้เลือดไปเลี้ยงรังไข่ได้ลดลงทำให้มีโอกาสหมดประจำเดือนก่อนวัยอันควรได้

ดังนั้นภาวะหมดประจำเดือนก่อนวัยอันควรเป็นภาวะที่หาสาเหตุได้ค่อนข้างยาก  อาจจะไม่ได้หมายความว่าไม่มีไข่ให้ตก  แต่อาจจะหมายความว่ารังไข่ทำงานได้น้อยลงก็ได้

ผู้หญิงที่หมดประจำเดือนก่อนกำหนดมีโอกาสที่จะเกิดโรคกระดูกพรุนและโรคหัวใจได้เร็วกว่า  ดังนั้นผู้หญิงที่หมดประจำเดือนก่อนกำหนดควรไปปรึกษา

แพทย์เพื่อได้รับการป้องกันโรคเหล่่านี้  เช่น การได้รับฮอร์โมนเสริมทดแทน  การได้รับแคลเซียมและวิตามินดีอย่างเพียงพอครับ

Comments

อาการระยะเริ่มต้นของการติดเชื้อ HIV และ เอดส์

อาการเริ่มต้นของการติดเชื้อ HIV หรือโรคเอดส์นั้นขึ้นกับระยะของโรค  ในช่วงเริ่มต้นของการติดเชื้อ HIV นั้นจะมีอาการไข้ต่ำๆและมีต่อมน้ำเหลืองโต  อาการไข้ต่ำๆนั้นอาจะเกิดขึ้นเป็นระยะเวลา 2-6 สัปดาห์ภายหลังการติดเชื้อ ซึ่งอาการนี้ไม่จำเพาะเจาะจงเฉพาะกับการติดเชื้อ HIV เท่านั้น สามารถพบในโรคอื่นๆได้เช่นกัน   แม้ว่าถ้าคุณจะไม่มีอาการเหล่านี้จนกระทั่งในหลายๆปีต่อมา  คุณก็ยังสามารถแพร่กระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่นได้อีก

เมื่อร่างกายได้รับเชื้อ HIV  ภูมิคุ้มกันในร่างกายก็จะเริ่มทำงาน  แม้ว่าถ้าคุณไม่มีอาการ  คุณก็ยังสามารถแพร่กระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่นได้  เซลล์ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกันชนิด CD4 จะค่อยๆลดลงทีละน้อยๆอย่างช้าๆ  คุณอาจจะไม่มีอาการต่อมาในระยะเวลา 10 ปีแต่คุณจะเริ่มมีโรคติดเชื้อเข้ามาบ่อยมากขึ้นจากการที่ภูมิคุ้มกันในร่างกายลดลง   คุณอาจจะมีอาการเช่นถ่ายเหลว  น้ำหนักลด  เหนื่อย  ไอ  ไข้  หรือน้ำหนักลดโดยที่ไม่ทราบสาเหตุ

อาการที่รุนแรงมักจะเกิดขึ้นภายหลังจาก 10 ปีหลังจากที่ได้รับเชื้อเข้ามา  อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณหนึ่งของโรคเอดส์ครับ  ซึ่งเอดส์หมายถึงมีหลักฐานของการติดเชื้อ HIV เช่น เจาะเลือดตรวจ anti-HIV แล้วพบว่าผลเลือดเป็นบวก  ร่วมกับมีอาการอื่นดังต่อไปนี้

-ระดับของ CD4 น้อยกว่า 200 เซลล์ต่อไมโครลิตร  หรือมีการติดเชื้อที่พบได้เฉพาะผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือบกพร่อง

เมื่อคุณเป็นเอดส์นั้นหมายถึงคุณจะเริ่มพบอาการที่แสดงว่าภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลงเป็นอย่างมาก  อาจะมีไข้  เหงื่อออกตอนกลางคืน  เป็นระยะเวลาหลายสัปดาห์  อาจมีอาการไอแห้งหรือเหนื่อยได้  หรือพบว่าคุณมีผื่นขึ้นตามตัว อาจมีอาการตามัว หรือน้ำหนักลดลง  นั่นคืออาการเริ่มต้นของผู้ป่วยโรคเอดส์  

ในขณะที่โรคค่อยๆเป็นมากขึ้น  คุณอาจจะมีอาการแย่ลง  คุณอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งต่อมน้ำเหลือง แม้ว่าจะมีวิธีการรักษาแต่ก็ให้คิดว่าก็เป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นจากการติดเชื้อ HIV ได้เช่นกัน

อาการของการติดเชื้อ HIV ในเด็กได้แก่

  • น้ำหนักไม่ขึ้น
  • เด็กโตช้า
  • มีการติดเชื้อบ่อยๆ
  • การติดเชื้อบางอย่างมีอาการรุนแรงกว่าในเด็กปกติ เช่น ปอดอักเสบ การติดเชื้อทอลซิลอักเสบ

เด็กมีเกิดโดยได้รับการติดเชื้อ HIV จากมารดาสามารถเริ่มการรักษาได้ครับ  แต่ว่าบ่อยครั้งที่พ่อหรือแม่เสียชีวิตก่อนจากการติดเชื้อ HIV หรือป่วยจนไม่สามารถดูแลเด็กได้ครับ

Comments

สาเหตุของโรคปวดข้อรูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis)

โรคปวดข้อรูมาตอยด์เป็นโรคเรื้อรังที่มีผลต่อข้อ  และมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน   โรครูมาตอยด์ทำให้เกิดการอักเสบของข้อ  กลไกการอักเสบเป็นกลไกของร่างกายที่ตอบสนองกับเชื้อโรค  การบาดเจ็บ  สิ่งแปลกปลอม   โรครูมาตอยด์ก็เช่นกัน   ผู้ป่วยโรครูมาตอยด์จะมีอาการปวดข้อ  ข้อบวมร้อน  และโรครูมาตอยด์ยังก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่นอกเหนือจากการอักเสบของข้ออีกครับ  คือมีผลต่อระบบอื่นๆนอกเหนือจากข้อได้อีก 

มีวิธีแยกระหว่างโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์กับโรคข้ออักเสบชนิดอื่นๆ เช่น เก๊าท์    โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์เป็นโรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันของร่างกายครับ  พูดอีกนัยหนึ่งก็คือร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาทำร้ายเซลล์และเนื้อเยื่อของตนเอง    ภูมิคุ้มกันของร่างกายปล่อยสารเคมีออกมาในกระแสเลือดและทำรายเนื้อเยื่อของร่างกายของตนเอง  หลายๆครั้งที่ความเสียหายไม่สามารถย้อนกลับได้  โรครูมาตอยด์เป็นโรคที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายทำลายเยื่อหุ้มข้อของตนเองครับ  เยื่อหุ้มข้อมีลักษณะเป็นแผ่นที่ปกคลุมข้อเอาไว้  เมื่อเยื่อหุ้มข้อมีการอักเสบเนื้อเยื่อรอบๆนั้นเช่น ข้อ กระดูกอ่อน เส้นเอ็น หลอดเลือดในบริเวณนั้นก็จะได้รับความเสียหาย

ข้อที่ได้รับผลกระทบจากการอักเสบจากโรครูมาตอยด์นั้นส่วนใหญ่มักจะเป็นข้อเล็กๆครับ  เช่น บริเวณข้อมือ  ข้อของมือ  ข้อเข่า  ข้อเท้า  ข้อศอก  และนำไปสู่อาการปวด  ข้อถูกทำลาย ส่งผลให้เกิดความพิการตามมา  กิจกรรมหลายๆอย่างจะทำได้อย่างยากลำบาก เช่น การซักล้าง  การทำอาหาร  การทำความสะอาด  ก็จะทำได้ยาก  บ่อยครั้งที่ผู้ป่วยไม่สามารถที่จะทำงานได้เหมือนกับคนทั่วไป  ซึ่งส่วนใหญ่มักจะดำเนินอย่างค่อยเป็นค่อยไปอย่างช้าๆใช้เวลาประมาณ 10 ปีหลังการวินิจฉัย

ผู้ป่วยโรครูมาตอยด์มักจะมีอายุขัยที่สั้นกว่าคนทั่วไป  แต่โดยทั่วไปแล้วโรครูมาตอยด์มักจะไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิต  แต่ว่าในรายที่เป็นรุนแรงก็อาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้  ด้วยเหตุว่าโรครูมาตอยด์เป็นโรคเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน  อวัยวะที่สำคัญก็มีโอกาสได้รับผลกระทบได้ ไม่ได้เป็นที่บริเวณข้อเพียงอย่างเดียว  แต่อวัยวะอื่นก็มีโอกาสได้รับผลกระทบด้วยเช่นักน    โรครูมาตอยด์เป็นโรคที่รักษาค่อนข้างยาก  ยาและการรักษาใหม่ๆได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยโรครูมาตอยด์มีวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีได้ครับ ดังนั้้นให้ปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษา

Comments

« Previous entries Next Page » Next Page »

BLOG ThaiNN : มหานครออนไลน์ของไทย : blog ของแต่ง blog ข่าว เกมส์ หาเพื่อน ฟังเพลง พูดคุย ดู ทีวี ฟัง วิทยุ video clip gallery ภาพเด็ด ฟรีโค้ด java script โฆษณาฟรี